<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Professional Novice</title>
	<atom:link href="http://champjss.in.th/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://champjss.in.th</link>
	<description>Another blog of champjss</description>
	<lastBuildDate>Fri, 27 Aug 2010 15:37:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>กลับมาแล้ว</title>
		<link>http://champjss.in.th/2010/08/return/</link>
		<comments>http://champjss.in.th/2010/08/return/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2010 15:37:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>champjss</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://champjss.in.th/?p=160</guid>
		<description><![CDATA[เผลอไปหน่อย โดเมนหมดอายุไปเดือนกว่า เพิ่งได้ต่ออายุวันนี้ ขอบคุณ pathosting เช่นเคยครับ ;)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เผลอไปหน่อย โดเมนหมดอายุไปเดือนกว่า เพิ่งได้ต่ออายุวันนี้ ขอบคุณ <a href="http://www.pathosting.com/">pathosting</a> เช่นเคยครับ ;)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://champjss.in.th/2010/08/return/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สองวันกับแอนดรอยด์</title>
		<link>http://champjss.in.th/2010/05/2days-with-andriod-2/</link>
		<comments>http://champjss.in.th/2010/05/2days-with-andriod-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 May 2010 13:59:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>champjss</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[andriod]]></category>
		<category><![CDATA[usability]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://champjss.in.th/?p=145</guid>
		<description><![CDATA[ถึงผมจะเรียนสายไอทีมา แต่เรื่องมือถือนี่ผมไม่มีความสามารถอย่างแท้จริง ดูจากประสบการณ์ได้: ต้นปี 2546: Nokia 3315 19 พ.ค. 2552: Nokia E51 (Symbian S60) 6 พ.ค. 2553: HTC Hero (Andriod 2.1) ไหนๆ เราก็กากแล้ว ก็บันทึกความรู้สึกที่ใช้ครั้งแรกไว้ซักหน่อย ไว้ระลึกว่า พอผู้ใช้ต้องเจอกับอุปกรณ์ใหม่ๆ ส่วนติดต่อผู้ใช้ใหม่ๆ แล้วอารมณ์มันประมาณไหน เปิดเครื่อง บูตนานเกิน ผมตกใจนะครับ &#8211; -&#8221; เริ่มตั้งค่าครั้งแรก ไม่ต้องคิดมาก ใส่อีเมลอย่างเดียวพอ พอดีผมใช้ระบบรายชื่อผู้ติดต่อของกูเกิลอยู่แล้ว ชื่อทั้งหมดก็เข้ามาที่เครื่องทันที แม้แต่ปฏิทินก็เข้ามาด้วย อันแรกที่เห็นทันทีคือ &#8220;กำหนดการจ่ายหนังสือรุ่น&#8221; (โฮ ผมจะจ่ายแล้วคร้าบ) หน้าจอหลัก เจ็ดจอเยอะมากสำหรับผม ตอนนี้ผมใช้แค่สามจอเท่านั้น ถ้าใช้ต่อไป อยากได้เพิ่มอีกก็คงไม่เกินห้าจอแน่ๆ ส่วนแจ้งเตือน งงอยู่พักนึงกว่าจะรู้ว่าต้องลากลงมา แต่ก็ยังโอเค ตอนโผล่มาครั้งแรกๆ น่าจะมีลูกศรลงบอกใบ้หน่อยก็ดีนะ โปรแกรมที่มีให้ใช้ โปรแกรมหลักๆ &#8230; <a href="http://champjss.in.th/2010/05/2days-with-andriod-2/" class="more-link">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ถึงผมจะเรียนสายไอทีมา แต่เรื่องมือถือนี่ผมไม่มีความสามารถอย่างแท้จริง  ดูจากประสบการณ์ได้:</p>
<ul>
<li>ต้นปี 2546: Nokia 3315</li>
<li>19 พ.ค. 2552: Nokia E51 (Symbian S60)</li>
<li>6 พ.ค. 2553: HTC Hero (Andriod 2.1)</li>
</ul>
<p>ไหนๆ เราก็กากแล้ว ก็บันทึกความรู้สึกที่ใช้ครั้งแรกไว้ซักหน่อย ไว้ระลึกว่า พอผู้ใช้ต้องเจอกับอุปกรณ์ใหม่ๆ ส่วนติดต่อผู้ใช้ใหม่ๆ แล้วอารมณ์มันประมาณไหน</p>
<p><span id="more-145"></span></p>
<ul>
<li>เปิดเครื่อง
<ul>
<li>บูตนานเกิน ผมตกใจนะครับ &#8211; -&#8221;</li>
</ul>
</li>
<li>เริ่มตั้งค่าครั้งแรก
<ul>
<li>ไม่ต้องคิดมาก ใส่อีเมลอย่างเดียวพอ</li>
<li>พอดีผมใช้ระบบรายชื่อผู้ติดต่อของกูเกิลอยู่แล้ว ชื่อทั้งหมดก็เข้ามาที่เครื่องทันที</li>
<li>แม้แต่ปฏิทินก็เข้ามาด้วย อันแรกที่เห็นทันทีคือ &#8220;กำหนดการจ่ายหนังสือรุ่น&#8221; (โฮ ผมจะจ่ายแล้วคร้าบ)</li>
</ul>
</li>
<li>หน้าจอหลัก
<ul>
<li>เจ็ดจอเยอะมากสำหรับผม ตอนนี้ผมใช้แค่สามจอเท่านั้น
<ul>
<li>ถ้าใช้ต่อไป อยากได้เพิ่มอีกก็คงไม่เกินห้าจอแน่ๆ</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
<li>ส่วนแจ้งเตือน
<ul>
<li>งงอยู่พักนึงกว่าจะรู้ว่าต้องลากลงมา แต่ก็ยังโอเค
<ul>
<li>ตอนโผล่มาครั้งแรกๆ น่าจะมีลูกศรลงบอกใบ้หน่อยก็ดีนะ</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
<li>โปรแกรมที่มีให้ใช้
<ul>
<li>โปรแกรมหลักๆ ค่อนข้างเพียงพอ</li>
<li>สำหรับผู้ใช้กึ่งไม่ทั่วไปอย่างผม อาจจะรู้สึกขาดๆ บ้าง เช่น ไม่มีโปรแกรมเรียกดูไฟล์
<ul>
<li>แต่ไม่เป็นไร หาในร้านค้าเอาก็โอเค
<ul>
<li>ช่วงนี้โปรแกรมที่ใช้กันหลักๆ ก็เริ่มมีตัวเด่นๆ ออกมาแล้ว เลือกไม่ยาก</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
<li>การใช้โปรแกรม
<ul>
<li>คนใช้ไม่น่าจะรู้ได้ว่ามีหลายโปรแกรมทำงานพร้อมกัน (Multitasking) จนกว่าจะสลับโปรแกรมกันใช้แบบไม่รอโหลด
<ul>
<li>คำถาม: จำเป็นมั๊ยที่คนใช้ต้องเข้าใจ?</li>
<li>เข้าใจแล้วว่าทำไมเครื่องของ <a href="http://twitter.com/rtsp">@rtsp</a> ต้องใช้โปรแกรมฆ่าโปรเซส เสือกรู้มากว่ามันยังรันอยู่ พอไม่ได้ปิดมันจริงๆ แล้วมันรู้สึกอึดอัดแบบนี้เอง</li>
</ul>
</li>
<li>การตัดสินใจให้มีปุ่มเมนูไว้ด้านนอก แก้ปัญหาเรื่องความไม่สม่ำเสมอของหน้าตาโปรแกรมได้ดี โดยไม่ต้องอาศัยข้อตกลงในการออกแบบโปรแกรม และใช้คนตรวจแบบค่ายผลไม้ (แหงล่ะ ปุ่มมันอยู่ข้างนอก เปลี่ยนไม่ได้)</li>
<li>ปุ่มถอยกลับนั้นไม่ชัดเจนเอามากๆ (สำหรับคนที่อยากปิดโปรแกรมแบบผม) คือในโปรแกรมที่มีหลายหน้าจอและถอยกลับได้ เช่น เว็บเบราว์เซอร์ การกดถอยกลับไม่ใช่ออกจากโปรแกรม แต่เป็นการย้อนมาดูหน้าที่แล้ว
<ul>
<li>แล้วในเมนูก็ไม่มีเมนูให้ปิดโปรแกรม</li>
<li>วิธีเดียวที่ออกได้ตอนนี้คือถอยกลับให้สุดๆ ไปเลย</li>
</ul>
</li>
<li>แทร็กบอลน่าจะเสริมประสบการณ์ด้านการเล่นเกมให้เหนือกว่าค่ายผลไม้ได้ เพราะเห็นว่ามีหลายๆ เกมต้องมีปุ่มลูกศรไว้ในจอมือบังอีก
<ul>
<li>คำถาม: จะมีคนทำเกมที่น่าสนใจมาลงแอนดรอยด์บ้างรึเปล่า</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
<li>การพิมพ์
<ul>
<li>พิมพ์ยากกว่าที่คิด ถึงแม้จะใช้รูปแบบเหมือนคีย์บอร์ดบนคอมพิวเตอร์ก็ตาม
<ul>
<li>เพราะวิธีพิมพ์ต่างกัน บางครั้งยังต้องลองใช้มือที่ว่างพิมพ์ในอากาศดูว่า ปุ่มนั้นมันน่าจะอยู่ตรงไหน</li>
</ul>
</li>
<li>พิมพ์ผิดง่ายมาก ยังไม่เคยมีครั้งไหนพิมพ์ได้โดยไม่ต้องแก้เลย</li>
<li>กว่าจะได้พิมพ์ภาษาไทยช่างยากเย็น ต้องลงฟอนต์เอง โหลดโปรแกรมคีย์บอร์ดมาลงแล้วก็ยังงงอยู่นานว่าจะเรียกมันขึ้นมาใช้ได้ยังไง สุดท้ายต้องถาม @rtsp อีกตามเคย (ตรูจะรู้ได้ไงคร้าบว่าต้องแตะค้างไว้ที่ช่องกรอกข้อความ &#8211; -&#8221;)
<ul>
<li>อันนี้คิดว่าน่าจะเป็นเพราะลงรอมใหม่มากกว่า</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
<li>การตั้งค่าต่างๆ
<ul>
<li>ดูง่ายกว่าที่คิด เลือกตัวเลือกต่างๆ ที่จำเป็นต้องมีมาได้พอดีทีเดียว</li>
<li>แต่แหม่&#8230; เสียงเรียกเข้านี่เลือกจากไฟล์ก็ไม่ได้เหรอครับ นี่มันฟีเจอร์มาตรฐานไม่ใช่เหรอ (ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม?)</li>
</ul>
</li>
<li>การใช้เครือข่าย
<ul>
<li>ใช้สมาร์ทโฟนแล้วไม่มีอินเทอร์เน็ตเปิดตลอดเวลามันรู้สึกแย่อย่างนี้เอง เหมือนใช้ไม่คุ้ม
<ul>
<li>แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการออนไลน์ตลอดเวลามันจะดีนะ</li>
</ul>
</li>
<li>ตอนเปลี่ยนมาใช้เครื่องนี้ยังใช้โปรโมชันอินเทอร์เน็ต 30 ชั่วโมง 119 บาทอยู่ เลยเปิดต่อเนื่องไม่ได้ จะใช้ค่อยเปิด ใช้เสร็จแล้วปิดทันที
<ul>
<li>คืนแรกเผลอเปิดทิ้งไว้จน <a href="http://twitter.com/risingp">@risingp</a> ทักมา รู้ตัวตอนสาย ชั่วโมงหายวืบๆ เลย</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
<li>การใช้ระบบบอกตำแหน่ง (Geolocation)
<ul>
<li>ไม่รู้ ผมปิดตั้งแต่ตอนที่มันถามครั้งแรกที่เปิดเครื่อง ไม่อยากบอก :P</li>
</ul>
</li>
<li>การใช้งานในชีวิตประจำวัน
<ul>
<li>รู้สึกกลัวมันจะร่วงลงพื้นทุกครั้งที่ใช้ (ตอนใช้เครื่องใหม่ปีที่แล้วก็เป็นเหมือนกัน)</li>
<li>ลองเล่นในรถเมล์แล้วมึนได้ที่เลยทีเดียว
<ul>
<li>เล่นมือเดียวอีกมือนึงโหนก็ได้ แต่ช้าหน่อย</li>
</ul>
</li>
<li>ถ้าออนไลน์เฉพาะตอนช่วงค่ำๆ แบตเตอรี่ก็น่าจะอยู่ได้วันกว่าๆ ถึงสองวัน ก็โอเคนะ</li>
</ul>
</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://champjss.in.th/2010/05/2days-with-andriod-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟอนต์สำหรับแสดงผลบน Ubuntu</title>
		<link>http://champjss.in.th/2010/05/ui-fonts-on-ubuntu/</link>
		<comments>http://champjss.in.th/2010/05/ui-fonts-on-ubuntu/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 01 May 2010 16:07:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>champjss</dc:creator>
				<category><![CDATA[Linux]]></category>
		<category><![CDATA[Ubuntu]]></category>
		<category><![CDATA[fonts]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://champjss.in.th/?p=135</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ไปงานปาร์ตี้ฉลอง Ubuntu ออกรุ่นใหม่มาครับ เรื่องนึงที่ได้คุยกันคือ การเสนอให้เปลี่ยนฟอนต์สำหรับแสดงผลภาษาไทยใหม่เป็นฟอนต์ Arundina Sans จากปัจจุบันใช้ฟอนต์ Waree พอได้ดูจากตัวอย่างในงานแล้วก็รู้สึกว่าดูดีทีเดียว เลยกลับมาลองเปลี่ยนดูเล่นๆ ว่าเป็นยังไง เปรียบมวย เริ่มจากฟอนต์ Waree ที่เป็นค่าตั้งต้นกันก่อน ความรู้สึกส่วนตัวของผมคือ เหมือนมันเรนเดอร์แปลกๆ รู้สึกไม่สมบูรณ์อย่างบอกไม่ถูก ตามด้วยฟอนต์ Lomaputta ที่ผมจะเปลี่ยนมาใช้เป็นประจำ ตั้งแต่ฟอนต์นี้ออกมา ตบท้ายด้วย Arundina Sans ที่เพิ่งรู้จักกัน ผมลองเปลี่ยนเป็น Arundina Sans แล้ว ช่วงแรกจะรู้สึกเหมือนมันไม่ใช่ เพราะมันต่างจากตระกูล Tahoma พอสมควร ตัวบางกว่า สูงกว่า และแสดงรูปร่างของแต่ละอักษรชัดเจนกว่า แต่พอใช้ไปซักพักแล้วก็รู้สึกดี เพราะความหนาของมันพอๆ กันกับฟอนต์ภาษาอังกฤษในระบบ (ค่าตั้งต้นคือ Dejavu Sans) ส่วนฟอนต์อื่นๆ จะตัวหนากว่าอย่างชัดเจน วิธีติดตั้งฟอนต์ Arundina Sans เพื่อใช้เป็นฟอนต์ภาษาไทยในระบบ อย่าดาวน์โหลดฟอนต์มาลงเอง เพราะฟอนต์นั้นอาจไม่ได้ปรับขนาดมาใช้บน Ubuntu ทำให้ฟอนต์เล็กกว่าปกติมาก ให้ติดตั้งโดยการลงแพ็กเกจ &#8230; <a href="http://champjss.in.th/2010/05/ui-fonts-on-ubuntu/" class="more-link">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ไปงานปาร์ตี้ฉลอง Ubuntu ออกรุ่นใหม่มาครับ เรื่องนึงที่ได้คุยกันคือ การเสนอให้เปลี่ยนฟอนต์สำหรับแสดงผลภาษาไทยใหม่เป็นฟอนต์ Arundina Sans จากปัจจุบันใช้ฟอนต์ Waree พอได้ดูจากตัวอย่างในงานแล้วก็รู้สึกว่าดูดีทีเดียว เลยกลับมาลองเปลี่ยนดูเล่นๆ ว่าเป็นยังไง</p>
<p><span id="more-135"></span></p>
<h3>เปรียบมวย</h3>
<p>เริ่มจากฟอนต์ Waree ที่เป็นค่าตั้งต้นกันก่อน ความรู้สึกส่วนตัวของผมคือ เหมือนมันเรนเดอร์แปลกๆ รู้สึกไม่สมบูรณ์อย่างบอกไม่ถูก</p>
<p><a href="http://champjss.in.th/wp-content/uploads/2010/05/waree.png"><img class="alignnone size-medium wp-image-136" title="Waree fonts in Ubuntu" src="http://champjss.in.th/wp-content/uploads/2010/05/waree-300x187.png" alt="Waree fonts in Ubuntu" width="300" height="187" /></a></p>
<p>ตามด้วยฟอนต์ Lomaputta ที่ผมจะเปลี่ยนมาใช้เป็นประจำ ตั้งแต่ฟอนต์นี้ออกมา</p>
<p><a href="http://champjss.in.th/wp-content/uploads/2010/05/lomaputta.png"><img class="alignnone size-medium wp-image-137" title="Lomaputta fonts in Ubuntu" src="http://champjss.in.th/wp-content/uploads/2010/05/lomaputta-300x187.png" alt="Lomaputta fonts in Ubuntu" width="300" height="187" /></a></p>
<p>ตบท้ายด้วย Arundina Sans ที่เพิ่งรู้จักกัน</p>
<p><a href="http://champjss.in.th/wp-content/uploads/2010/05/arundinasans.png"><img class="alignnone size-medium wp-image-138" title="Arundina Sans fonts in Ubuntu" src="http://champjss.in.th/wp-content/uploads/2010/05/arundinasans-300x187.png" alt="Arundina Sans fonts in Ubuntu" width="300" height="187" /></a></p>
<p>ผมลองเปลี่ยนเป็น Arundina Sans แล้ว ช่วงแรกจะรู้สึกเหมือนมันไม่ใช่ เพราะมันต่างจากตระกูล Tahoma พอสมควร ตัวบางกว่า สูงกว่า และแสดงรูปร่างของแต่ละอักษรชัดเจนกว่า แต่พอใช้ไปซักพักแล้วก็รู้สึกดี เพราะความหนาของมันพอๆ กันกับฟอนต์ภาษาอังกฤษในระบบ (ค่าตั้งต้นคือ Dejavu Sans) ส่วนฟอนต์อื่นๆ จะตัวหนากว่าอย่างชัดเจน</p>
<h3>วิธีติดตั้งฟอนต์ Arundina Sans เพื่อใช้เป็นฟอนต์ภาษาไทยในระบบ</h3>
<p>อย่าดาวน์โหลดฟอนต์มาลงเอง เพราะฟอนต์นั้นอาจไม่ได้ปรับขนาดมาใช้บน Ubuntu ทำให้ฟอนต์เล็กกว่าปกติมาก ให้ติดตั้งโดยการลงแพ็กเกจ ttf-thai-arundina แทน (เลือกติดตั้งได้จาก Synaptic Package Manager หรือใช้คำสั่ง sudo apt-get install)</p>
<p>ระหว่างติดตั้งแพ็กเกจ มันจะตั้งค่าระบบให้ใช้ฟอนต์นี้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องตั้งค่าอะไรอีกแล้ว :)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://champjss.in.th/2010/05/ui-fonts-on-ubuntu/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลิงก์ไม่ลับตับแตก</title>
		<link>http://champjss.in.th/2010/04/twitter-links-security/</link>
		<comments>http://champjss.in.th/2010/04/twitter-links-security/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Apr 2010 17:08:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>champjss</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[security]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://champjss.in.th/?p=131</guid>
		<description><![CDATA[0 ทั้งหมดในเอนทรีนี้ค้นพบโดย @rtsp ส่วนผมแค่เอามาช่วยเขียนนะครับ 1 คุณแน่ใจแค่ไหนว่า จะไม่มีใครรู้ว่า คุณส่งลิงก์อะไรให้เพื่อนของคุณ ถึงคุณจะไม่ได้เปิดไทม์ไลน์เป็นสาธารณะ (Public) หรือคุณจะส่งผ่านระบบ Direct Message ก็ตาม แน่นอนว่าไม่มีวัน อย่างน้อยที่สุดเว็บไซต์ทวิตเตอร์ต้องรู้แน่ๆ แต่แน่ใจจริงๆ เหรอว่ามีแค่นั้น&#8230; 2 โปรแกรมเล่นทวิตเตอร์หลายโปรแกรมจะย่อ URL ในทวีตของเราให้ก่อนส่งออกไป ขั้นตอนข้างหลังที่เรามองไม่เห็นคือ: โปรแกรมที่เราใช้จะต้องไปติดต่อกับเว็บช่วยย่อ URL ผ่านระบบที่เค้าเรียกกันว่า API เพื่อขอให้เว็บช่วยย่อ URL จัดการย่อให้ แล้วเว็บย่อ URL ก็จะส่งลิงก์ที่ย่อแล้วกลับมาให้โปรแกรมเอาไปใส่ในทวีตอีกที แต่ละเว็บย่อ URL ก็มีวิธีการให้บริการต่างกันไป: บางที่ก็สามารถขอย่อได้เลย เช่น tinyurl.com บางที่ก็ต้องสมัครสมาชิกก่อน เพื่อเอาแอคเคานท์ไปใช้ขอย่ออีกที เช่น bit.ly ในกรณีของ bit.ly นี้มีฟีเจอร์พิเศษด้วย คือเมื่อเราย่อ URL แล้ว เว็บมันจะช่วยจำไว้ด้วยว่า เราเคยย่อ URL อะไรไปบ้าง เพื่อให้เราไว้อ้างอิงทีหลังได้ แต่ในกรณีนี้ &#8230; <a href="http://champjss.in.th/2010/04/twitter-links-security/" class="more-link">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>0</h3>
<p>ทั้งหมดในเอนทรีนี้ค้นพบโดย <a href="http://rtsp.us/">@rtsp</a> ส่วนผมแค่เอามาช่วยเขียนนะครับ</p>
<h3>1</h3>
<p>คุณแน่ใจแค่ไหนว่า จะไม่มีใครรู้ว่า คุณส่งลิงก์อะไรให้เพื่อนของคุณ ถึงคุณจะไม่ได้เปิดไทม์ไลน์เป็นสาธารณะ (Public) หรือคุณจะส่งผ่านระบบ Direct Message ก็ตาม</p>
<p>แน่นอนว่าไม่มีวัน อย่างน้อยที่สุดเว็บไซต์ทวิตเตอร์ต้องรู้แน่ๆ</p>
<p>แต่แน่ใจจริงๆ เหรอว่ามีแค่นั้น&#8230;</p>
<p><span id="more-131"></span></p>
<h3>2</h3>
<p>โปรแกรมเล่นทวิตเตอร์หลายโปรแกรมจะย่อ URL ในทวีตของเราให้ก่อนส่งออกไป ขั้นตอนข้างหลังที่เรามองไม่เห็นคือ:</p>
<ol>
<li> โปรแกรมที่เราใช้จะต้องไปติดต่อกับเว็บช่วยย่อ URL ผ่านระบบที่เค้าเรียกกันว่า API เพื่อขอให้เว็บช่วยย่อ URL จัดการย่อให้</li>
<li>แล้วเว็บย่อ URL ก็จะส่งลิงก์ที่ย่อแล้วกลับมาให้โปรแกรมเอาไปใส่ในทวีตอีกที</li>
</ol>
<p>แต่ละเว็บย่อ URL ก็มีวิธีการให้บริการต่างกันไป:</p>
<ul>
<li>บางที่ก็สามารถขอย่อได้เลย เช่น <a href="http://tinyurl.com/">tinyurl.com</a></li>
<li>บางที่ก็ต้องสมัครสมาชิกก่อน เพื่อเอาแอคเคานท์ไปใช้ขอย่ออีกที เช่น <a href="http://bit.ly/">bit.ly</a></li>
</ul>
<p>ในกรณีของ bit.ly นี้มีฟีเจอร์พิเศษด้วย คือเมื่อเราย่อ URL แล้ว เว็บมันจะช่วยจำไว้ด้วยว่า เราเคยย่อ URL อะไรไปบ้าง เพื่อให้เราไว้อ้างอิงทีหลังได้</p>
<p>แต่ในกรณีนี้ มันเป็นฟีเจอร์ หรือมันเป็นช่องโหว่?</p>
<h3>3</h3>
<p>ไม่ต้องสมมติ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตอนนี้</p>
<p>ส่วนเสริม, หรือโปรแกรม <a href="http://echofon.com/">echofon</a> นั้นเลือกใช้บริการย่อ URL ของเว็บ bit.ly แน่นอนว่าเจ้าของโปรแกรมต้องใช้แอคเคานท์ของเค้าใส่ไว้ในโปรแกรม เพื่อให้โปรแกรมย่อ URL ให้เราได้</p>
<p>แต่แน่นอนว่าทุกลิงก์ที่ถูกย่อ จะถูกบันทึกไว้ในแอคเคานท์ของเจ้าของโปรแกรมนี้ (ตามฟีเจอร์ที่บอกไปในหัวข้อที่แล้ว) เจ้าของโปรแกรมสามารถเข้าไปดูลิงก์ทั้งหมดได้ตลอดเวลา</p>
<p>แล้วโปรแกรมนี้ช่วยย่อลิงก์ให้หมด ไม่ว่าจะเป็นทวีตปกติ, Replies, หรือแม้แต่ Direct Messages คุณอาจคิดว่ามีแค่คุณ คนรับ และทวิตเตอร์เท่านั้นที่รู้ลิงก์ลับๆ  ที่คุณแอบส่งผ่านระบบ Direct Messages  แต่ที่จริงแล้วมีมากกว่านั้น</p>
<h3>4</h3>
<p>โปรแกรมเล่นทวิตเตอร์มีมากมาย คุณจะมั่นใจได้หรือเปล่าว่าโปรแกรมที่คุณใช้ ไม่ต้องการความลับจากคุณ</p>
<p>ถ้าต้องการส่งลิงก์ที่เป็นความลับ ส่งด้วยช่องทางอื่นดีกว่านะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://champjss.in.th/2010/04/twitter-links-security/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>VPN บน Ubuntu สำหรับนิสิตเกษตร</title>
		<link>http://champjss.in.th/2010/03/vpn-ubuntu-for-ku/</link>
		<comments>http://champjss.in.th/2010/03/vpn-ubuntu-for-ku/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 25 Mar 2010 18:44:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>champjss</dc:creator>
				<category><![CDATA[Linux]]></category>
		<category><![CDATA[Ubuntu]]></category>
		<category><![CDATA[ku]]></category>
		<category><![CDATA[vpn]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://champjss.in.th/?p=118</guid>
		<description><![CDATA[วิธีเชื่อมต่อ VPN บน Ubuntu นั้น ในเว็บ VPN ของเกษตรไม่มีคนเขียนมาช้านาน แต่ผมก็พยายามลองจนใช้ได้ (โดยแวะเวียนไปถามที่สำนักคอมบ้าง) แต่ก็ลืมเขียนบล็อก มาพักหลังก็มีวิธีให้ (เอามาจากบล็อก อ.อนันต์ อีกที) แต่เป็นแบบคอมมานด์ไลน์ วันนี้จะแนะนำแบบ GUI สวยๆ งามๆ กันบ้าง จะได้ไว้ให้คนอื่นเค้ารู้ว่า ท่าที่ไม่ใช่คอมมานด์ไลน์ก็มีนะเธอ (ไม่ต้องเปิดคอมมานด์ไลน์ค้างไว้ด้วย) (รูปประกอบจะตามมาในเวลาที่มันอยากจะมา&#8230;) ติดตั้งก่อน อันนี้ทำครั้งแรกครั้งเดียวพอ ลง openvpn ก่อน ค้นแล้วก็ลงได้จาก Software Center เลย สำหรับ Ubuntu 10.04b1 มีความเกรียนเล็กน้อย เพราะมันไม่ยอมลงแพ็กเกจที่จำเป็นให้ครบเหมือนเคย ให้สั่งคำสั่งต่อไปนี้แถม sudo apt-get install network-manager-openvpn network-manager-openvpn-gnome ตั้งค่าเครือข่าย ทำครั้งแรกครั้งเดียวอีกเหมือนกัน ดาวน์โหลดไฟล์เกียรติบัตรทั้งหมดจาก https://vpn.ku.ac.th ก่อน จากนั้นแตกไฟล์แล้วเก็บไว้ซักที่นึงที่คิดว่าจะไม่ไปแตะมันอีกแล้ว (ผมเก็บไว้ในโฟลเดอร์ .openvpn ในไดเรกทอรีบ้าน) คลิกที่ไอคอนอินเทอร์เน็ต &#8230; <a href="http://champjss.in.th/2010/03/vpn-ubuntu-for-ku/" class="more-link">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วิธีเชื่อมต่อ VPN บน Ubuntu นั้น ในเว็บ VPN ของเกษตรไม่มีคนเขียนมาช้านาน แต่ผมก็พยายามลองจนใช้ได้ (โดยแวะเวียนไปถามที่สำนักคอมบ้าง) แต่ก็ลืมเขียนบล็อก มาพักหลัง<a href="https://vpn.ku.ac.th/index.php?content=howtolinux">ก็มีวิธีให้</a> (เอามาจาก<a href="http://apmoose.wordpress.com/2008/04/24/%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87-openvpn-openvpn-installation-ubuntu/">บล็อก อ.อนันต์</a> อีกที) แต่เป็นแบบคอมมานด์ไลน์</p>
<p>วันนี้จะแนะนำแบบ GUI สวยๆ งามๆ กันบ้าง จะได้ไว้ให้คนอื่นเค้ารู้ว่า ท่าที่ไม่ใช่คอมมานด์ไลน์ก็มีนะเธอ (ไม่ต้องเปิดคอมมานด์ไลน์ค้างไว้ด้วย)</p>
<p><em>(รูปประกอบจะตามมาในเวลาที่มันอยากจะมา&#8230;)</em></p>
<p><span id="more-118"></span></p>
<h3>ติดตั้งก่อน</h3>
<p>อันนี้ทำครั้งแรกครั้งเดียวพอ</p>
<ol>
<li>ลง openvpn ก่อน ค้นแล้วก็ลงได้จาก Software Center เลย
<ul>
<li>สำหรับ Ubuntu 10.04b1 มีความเกรียนเล็กน้อย เพราะมันไม่ยอมลงแพ็กเกจที่จำเป็นให้ครบเหมือนเคย ให้สั่งคำสั่งต่อไปนี้แถม
<ul>
<li>sudo apt-get install network-manager-openvpn network-manager-openvpn-gnome</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
</ol>
<h3>ตั้งค่าเครือข่าย</h3>
<p>ทำครั้งแรกครั้งเดียวอีกเหมือนกัน</p>
<ol>
<li>ดาวน์โหลดไฟล์เกียรติบัตรทั้งหมดจาก <a href="https://vpn.ku.ac.th">https://vpn.ku.ac.th</a> ก่อน จากนั้นแตกไฟล์แล้วเก็บไว้ซักที่นึงที่คิดว่าจะไม่ไปแตะมันอีกแล้ว (ผมเก็บไว้ในโฟลเดอร์ .openvpn ในไดเรกทอรีบ้าน)</li>
<li>คลิกที่ไอคอนอินเทอร์เน็ต (เรียกอย่างเป็นทางการคือ แอพเพล็ต NetworkManager ในพาเนล) แล้วเลือก VPN Connections &gt; Configure VPN&#8230;</li>
<li>กดปุ่ม Add เพื่อเพิ่มการตั้งค่าเครือข่าย</li>
<li>เลือก Connection Type เป็น OpenVPN แล้วกด Create&#8230;
<ul>
<li>ถ้าตรงนี้ไม่มีให้เลือก แปลว่า กล้วยทอดแล้ว เป็นไปได้ว่าแพ็กเกจจะไม่ครบ ต้องไปตามหากันจนเจอเอาเอง</li>
</ul>
</li>
<li>กรอกข้อมูลแต่ละช่อง:
<ul>
<li>Connection name: ตั้งชื่อตามต้องการ</li>
<li>Gateway: nisit.vpn.ku.ac.th สำหรับนิสิต ส่วนของอาจารย์ไม่ทราบเหมือนกัน แต่น่าจะหาได้จากไฟล์ .opvn ที่ดาวน์โหลดมา</li>
<li>Type: Certificates (TLS)</li>
<li>User Certificate: เลือกที่อยู่ไฟล์นามสกุล .crt ที่มีชื่อบัญชีผู้ใช้ของเรา เช่น b4905088@bkn.crt</li>
<li>CA Certificate: เลือกที่อยู่ไฟล์ ca.crt</li>
<li>Private Key: เลือกที่อยู่ไฟล์นามสกุล .key</li>
</ul>
</li>
<li>กดปุ่ม Advance&#8230; ทำเครื่องหมายถูกหน้าตัวเลือกต่อไปนี้ แล้วคลิกปุ่ม OK
<ul>
<li>Use LZO data compression</li>
<li>Use a TAP device</li>
</ul>
</li>
<li>กดปุ่ม Apply</li>
</ol>
<h3>เริ่มใช้</h3>
<ol>
<li>คลิกที่ไอคอนอินเทอร์เน็ต เลือก VPN Connections &gt; ชื่อเครือข่ายที่ตั้งไว้</li>
<li>รอมันหมุนๆ ไป จนมีรูปแม่กุญแจโผล่มาตรงมุม เป็นอันเสร็จพิธี</li>
</ol>
<h3>เลิกใช้</h3>
<p>แถวๆ เดียวกับตอนใช้จะมีคำว่า Disconnect ก็กดไป แล้วก็&#8230; ชิ้ง ตัดการเชื่อมต่อเรียบร้อย</p>
<h3>จบ</h3>
<p>จริงๆ มี<a href="http://www.ploysics.com/openvpn-on-ubuntu/">เพื่อน</a> <a href="http://darker08.wordpress.com/2009/11/13/ku-vpn-ubuntu-9-10/">เพื่อน</a>เคยเขียนไว้แล้ว แต่เขียนอีกรอบเพราะจดท่าที่ต้องทำเพิ่มใน Ubuntu 10.04b1 ไว้ (สงสัยต้องแจ้งเป็นบั๊กด้วย?)</p>
<p>พี่ๆ ที่สำนักคอมจะเอาวิธีนี้ไปลงเพิ่มด้วยก็ได้นะครับ อิอิ ^^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://champjss.in.th/2010/03/vpn-ubuntu-for-ku/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Profiles system in Drupal</title>
		<link>http://champjss.in.th/2010/02/profiles-system-in-drupal/</link>
		<comments>http://champjss.in.th/2010/02/profiles-system-in-drupal/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Feb 2010 13:53:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>champjss</dc:creator>
				<category><![CDATA[Programming]]></category>
		<category><![CDATA[cms]]></category>
		<category><![CDATA[drupal]]></category>
		<category><![CDATA[php]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://champjss.in.th/?p=103</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้จะเรียนจบแล้ว เพื่อนๆ ก็จะทำหนังสือรุ่นกัน ส่วนสำคัญของหนังสือรุ่นก็คือข้อมูลของเพื่อนร่วมรุ่น ซึ่งปกติที่เราเห็นกันก็คือเอาข้อมูลทั่วไปมาใส่ แล้วก็ใส่คำบรรยายลงไปหน่อย จะมากจะน้อยก็แล้วแต่ว่าคนทำหนังสือรู้จักคนนั้นแค่ไหน เพื่อให้หนังสือรุ่นเราเป็นหนังสือรุ่นที่ 2.0 มากขึ้นหน่อย ก็เลยต้องมีระบบมาเก็บข้อมูลที่แยกเป็นสองส่วน ข้อมูลทั่วไป เช่นพวกอีเมล เบอร์โทรศัพท์ อันนี้ให้เจ้าของแก้เอง เพื่อนๆ คนอื่นเขียนไม่ได้ ข้อมูลเกรียนๆ มีแท็ก คำนิยาม คำทำนายอนาคต อันนี้กลับกัน คือเพื่อนๆ ทุกคนช่วยกันเขียนได้หมด ยกเว้นเจ้าของได้แต่นั่งมองตาปริบๆ และแล้วก็ต้องทำไอ้ระบบนี่ให้เสร็จในหนึ่งวัน, ก็คิดถึง Drupal ก่อนทันที เพราะมีระบบสมาชิก จัดการสิทธิ์ จัดการข้อมูลเสร็จสรรพ (เก็บเป็น revision ได้ด้วย) เอามาประยุกต์ใช้ได้เลยโดยสร้าง content type สองอันสำหรับข้อมูลทั่วไป กับข้อมูลเกรียนแยกกัน แล้วกำหนดสิทธิ์ให้โดยถือว่าเจ้าของข้อมูลคือคนสร้าง node เท่านี้ก็เรียบร้อย แต่ถึกหน่อยตอนสร้าง node ให้เพื่อนๆ ทุกคน ปัญหาก็มีอยู่แค่ ระบบ permission ที่พิลึกพิลั่นนี่เอง (คงไม่มีเว็บปกติที่ไหนห้ามแก้เนื้อหาที่ตัวเองสร้างขึ้น แต่แก้ของคนอื่นได้) ซึ่งการกำหนดสิทธิ์ให้แก้ไขเนื้อหาใน Drupal &#8230; <a href="http://champjss.in.th/2010/02/profiles-system-in-drupal/" class="more-link">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้จะเรียนจบแล้ว เพื่อนๆ ก็จะทำหนังสือรุ่นกัน ส่วนสำคัญของหนังสือรุ่นก็คือข้อมูลของเพื่อนร่วมรุ่น ซึ่งปกติที่เราเห็นกันก็คือเอาข้อมูลทั่วไปมาใส่ แล้วก็ใส่คำบรรยายลงไปหน่อย จะมากจะน้อยก็แล้วแต่ว่าคนทำหนังสือรู้จักคนนั้นแค่ไหน</p>
<p><span id="more-103"></span>เพื่อให้หนังสือรุ่นเราเป็นหนังสือรุ่นที่ 2.0 มากขึ้นหน่อย ก็เลยต้องมีระบบมาเก็บข้อมูลที่แยกเป็นสองส่วน</p>
<ul>
<li>ข้อมูลทั่วไป เช่นพวกอีเมล เบอร์โทรศัพท์ อันนี้ให้เจ้าของแก้เอง เพื่อนๆ คนอื่นเขียนไม่ได้</li>
<li>ข้อมูลเกรียนๆ มีแท็ก คำนิยาม คำทำนายอนาคต อันนี้กลับกัน คือเพื่อนๆ ทุกคนช่วยกันเขียนได้หมด ยกเว้นเจ้าของได้แต่นั่งมองตาปริบๆ</li>
</ul>
<p>และแล้วก็ต้องทำไอ้ระบบนี่ให้เสร็จในหนึ่งวัน, ก็คิดถึง Drupal ก่อนทันที เพราะมีระบบสมาชิก จัดการสิทธิ์ จัดการข้อมูลเสร็จสรรพ (เก็บเป็น revision ได้ด้วย) เอามาประยุกต์ใช้ได้เลยโดยสร้าง content type สองอันสำหรับข้อมูลทั่วไป กับข้อมูลเกรียนแยกกัน แล้วกำหนดสิทธิ์ให้โดยถือว่าเจ้าของข้อมูลคือคนสร้าง node เท่านี้ก็เรียบร้อย แต่ถึกหน่อยตอนสร้าง node ให้เพื่อนๆ ทุกคน</p>
<p>ปัญหาก็มีอยู่แค่ ระบบ permission ที่พิลึกพิลั่นนี่เอง (คงไม่มีเว็บปกติที่ไหนห้ามแก้เนื้อหาที่ตัวเองสร้างขึ้น แต่แก้ของคนอื่นได้) ซึ่งการกำหนดสิทธิ์ให้แก้ไขเนื้อหาใน Drupal สามารถกำหนดได้ว่า</p>
<ul>
<li>แก้ของตัวเอง ได้หรือไม่</li>
<li>แก้ของใครก็ได้ ได้หรือไม่</li>
</ul>
<p>ดูเหมือนมันจะเตรียมพร้อมไว้แล้ว แต่พอลองใช้แล้วไม่เป็นอย่างที่คิด คือถ้ากำหนดสิทธิ์ให้ &#8220;แก้ของใครก็ได้&#8221; แล้ว ก็จะแก้ของตัวเองได้เลยไม่ว่าจะเลือกตัวเลือกแรกไว้ยังไง</p>
<p>หลังจากพยายามหาโมดูลซักพักแล้วไม่เจอ ก็ต้องแก้เอาเอง มั่วจนได้ที่อยู่พักใหญ่ๆ ก็เจอส่วนที่ตัดสินใจเรื่องนี้ อยู่ใน</p>
<ul>
<li>โมดูล node
<ul>
<li>ไฟล์ node.module
<ul>
<li>ฟังก์ชัน node_content_access</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>แล้วก็แก้ (คนที่คิดว่าจะต้องแก้โค้ดคงแก้ได้อยู่แล้ว ขอไม่ลงโค้ดในเอนทรีนะครับ ^^)</p>
<p>ตั้งท่าว่าจะเขียนเป็นโมดูล แต่สุดท้ายก็แก้โค้ดสดๆ เลย เสร็จ! ใช้งานได้แล้วที่ <a href="http://cpsk.champjss.in.th/profiles/">http://cpsk.champjss.in.th/profiles/</a> (แต่ไม่อาจเปิดให้สาธารณะชนเห็นได้ :P)</p>
<p>ปล. ข้อเสียของท่าแบบนี้คือสุดท้ายแล้วผมกับ <a href="http://twitter.com/risingp">@risingp</a> ต้องมานั่งสร้าง user แล้วก็สร้าง node ของแต่ละคนให้เอง ยังดีที่มีแค่ 70 คน ถึกซักสองชั่วโมงก็เสร็จ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://champjss.in.th/2010/02/profiles-system-in-drupal/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยูเอสบีจ๋า มาหานะเธอ</title>
		<link>http://champjss.in.th/2009/12/usb-virtualbox-ubuntu/</link>
		<comments>http://champjss.in.th/2009/12/usb-virtualbox-ubuntu/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Dec 2009 16:42:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>champjss</dc:creator>
				<category><![CDATA[Linux]]></category>
		<category><![CDATA[Ubuntu]]></category>
		<category><![CDATA[usb]]></category>
		<category><![CDATA[virtualbox]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://champjss.in.th/?p=94</guid>
		<description><![CDATA[เวลาใช้ VirtualBox ใน Ubuntu แล้วอยากใช้อุปกรณ์ยูเอสบีนั้นสะดวกมากๆ เพราะเราไม่จำเป็นต้องลงไดรเวอร์ในเครื่องหลักเพื่อให้เครื่องเสมือนเราใช้อุปกรณ์นั้นได้ แต่มันจะต่อเข้าไปที่เครื่องเสมือนตรงๆ ได้เลย ยกเว้นอยู่อย่างเดียวคือเราไม่มีสิทธิ์ใช้อุปกรณ์ยูเอสบี ดังนั้นเราต้องออกแรงนิดหน่อย เพื่อให้โปรแกรม VirtualBox มีสิทธิ์เข้ามาปู้ยี่ปู้ยำกับอุปกรณ์ยูเอสบีของเราได้ แอบดูหมายเลขของกลุ่ม vboxusers ก่อนด้วยคำสั่ง: cat /etc/group &#124; grep vboxusers เปิดไฟล์ /etc/fstab ด้วยโปรแกรมแก้ไขไฟล์ข้อความที่ถนัด แน่นอนว่าต้องเปิดด้วยสิทธิ์ root ด้วย เพิ่มบรรทัดนี้ลงไป แก้ ??? ให้เป็นหมายเลขกลุ่มที่ดูจากขั้นแรก เพื่อให้ผู้ใช้ในกลุ่ม vboxusers ได้สิทธิ์อ่านและเขียนอุปกรณ์ยูเอสบีได้: # USB for vbox none /proc/bus/usb usbfs devgid=???,devmode=664 0 0 เพิ่มผู้ใช้ที่จะใช้โปรแกรม VirtualBox เข้ากลุ่มด้วยคำสั่ง usermod -G vboxusers username ระวังว่า -G ตัวจีเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เท่านั้น ไม่งั้นจะเกิดความเศร้าในชีวิต &#8230; <a href="http://champjss.in.th/2009/12/usb-virtualbox-ubuntu/" class="more-link">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เวลาใช้ VirtualBox ใน Ubuntu แล้วอยากใช้อุปกรณ์ยูเอสบีนั้นสะดวกมากๆ เพราะเราไม่จำเป็นต้องลงไดรเวอร์ในเครื่องหลักเพื่อให้เครื่องเสมือนเราใช้อุปกรณ์นั้นได้ แต่มันจะต่อเข้าไปที่เครื่องเสมือนตรงๆ ได้เลย</p>
<p>ยกเว้นอยู่อย่างเดียวคือเราไม่มีสิทธิ์ใช้อุปกรณ์ยูเอสบี ดังนั้นเราต้องออกแรงนิดหน่อย เพื่อให้โปรแกรม VirtualBox มีสิทธิ์เข้ามาปู้ยี่ปู้ยำกับอุปกรณ์ยูเอสบีของเราได้</p>
<p><span id="more-94"></span></p>
<ol>
<li>แอบดูหมายเลขของกลุ่ม vboxusers ก่อนด้วยคำสั่ง:
<pre>cat /etc/group | grep vboxusers</pre>
</li>
<li>เปิดไฟล์ /etc/fstab ด้วยโปรแกรมแก้ไขไฟล์ข้อความที่ถนัด แน่นอนว่าต้องเปิดด้วยสิทธิ์ root ด้วย</li>
<li>เพิ่มบรรทัดนี้ลงไป แก้ ??? ให้เป็นหมายเลขกลุ่มที่ดูจากขั้นแรก เพื่อให้ผู้ใช้ในกลุ่ม vboxusers ได้สิทธิ์อ่านและเขียนอุปกรณ์ยูเอสบีได้:
<pre># USB for vbox
none /proc/bus/usb usbfs devgid=???,devmode=664 0 0</pre>
</li>
<li>เพิ่มผู้ใช้ที่จะใช้โปรแกรม VirtualBox เข้ากลุ่มด้วยคำสั่ง
<pre>usermod -G vboxusers username</pre>
<p>ระวังว่า -G ตัวจีเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เท่านั้น ไม่งั้นจะเกิดความเศร้าในชีวิต</li>
<li>เปิดโปรแกรม VirtualBox ก็ใช้ได้แล้ว โดยไปจิ้มๆ ที่ตัวยูเอสบีที่มุมขวาล่างของหน้าต่างเครื่องเสมือนเลย</li>
</ol>
<p>หวังว่าผมคงเขียนไม่ช้าไปนะครับ คุณซีเคียว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://champjss.in.th/2009/12/usb-virtualbox-ubuntu/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อเธอไม่อยู่</title>
		<link>http://champjss.in.th/2009/11/repositories/</link>
		<comments>http://champjss.in.th/2009/11/repositories/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Nov 2009 09:11:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>champjss</dc:creator>
				<category><![CDATA[Linux]]></category>
		<category><![CDATA[Ubuntu]]></category>
		<category><![CDATA[apache]]></category>
		<category><![CDATA[repository]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://champjss.in.th/?p=89</guid>
		<description><![CDATA[กาลครั้งหนึ่งเมื่อสองวันก่อน ผมกับ @kidsdev และ อ.มะนาว มาปั่นระบบรับสมัครรับตรงของคณะกันยามดึก แต่ละคนก็มีงานของตัวเองต้องทำ อ.มะนาวก็แก้บั๊กและเติมฟีเจอร์ต่างๆ เข้าไป คุณคิดส์เดฟก็หาท่าส่งอีเมลยืนยันให้เข้า hotmail ให้จงได้ (โดเมนเกษตรถูก hotmail จับลงบัญชีดำว่าเป็นสแปม ส่งเมลแล้วส่งไม่เข้า) ส่วนผม อ.มะนาวให้จัดการเรื่องหาท่าจัดการ apache ให้มีชีวิตรอดอยู่ได้ถ้ามีโหลดหนักๆ เข้ามา หลังจากตอนหัวค่ำคุณคิดส์เดฟยิง load test จนเว็บร่วงไปสองรอบแล้ว หึหึ ไม่เคยทำหรอก แต่ก็ต้องลุยละ ก็มั่วกันไปเรื่อยๆ&#8230; ทีนี้ก็จะลง monit เพื่อให้มันช่วย monitor สถานการณ์บนเซิฟเวอร์ให้ ถ้าเกิดโหลดมากไป หรือติดต่อเว็บไหนไม่ได้ เราก็สั่งให้มันเมลมาบอกเรา ให้มันปิดเปิดเซอร์วิสใหม่ หรือให้มันรันคำสั่งที่เราอยากให้รันอัตโนมัติเลยก็ได้ บน Ubuntu มีโปรแกรมนี้ใน repository อยู่แล้ว ก็สบาย sudo apt-get install กันไป แต่&#8230; วันนั้น mirror1.ku ไม่อยู่ ไปพักผ่อน ก็ลงไม่ได้ &#8230; <a href="http://champjss.in.th/2009/11/repositories/" class="more-link">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กาลครั้งหนึ่งเมื่อสองวันก่อน ผมกับ @kidsdev และ อ.มะนาว มาปั่นระบบรับสมัครรับตรงของคณะกันยามดึก แต่ละคนก็มีงานของตัวเองต้องทำ อ.มะนาวก็แก้บั๊กและเติมฟีเจอร์ต่างๆ เข้าไป คุณคิดส์เดฟก็หาท่าส่งอีเมลยืนยันให้เข้า hotmail ให้จงได้ (โดเมนเกษตรถูก hotmail จับลงบัญชีดำว่าเป็นสแปม ส่งเมลแล้วส่งไม่เข้า)</p>
<p>ส่วนผม อ.มะนาวให้จัดการเรื่องหาท่าจัดการ apache ให้มีชีวิตรอดอยู่ได้ถ้ามีโหลดหนักๆ เข้ามา หลังจากตอนหัวค่ำคุณคิดส์เดฟยิง load test จนเว็บร่วงไปสองรอบแล้ว หึหึ ไม่เคยทำหรอก แต่ก็ต้องลุยละ</p>
<p>ก็มั่วกันไปเรื่อยๆ&#8230;</p>
<p><span id="more-89"></span>ทีนี้ก็จะลง monit เพื่อให้มันช่วย monitor สถานการณ์บนเซิฟเวอร์ให้ ถ้าเกิดโหลดมากไป หรือติดต่อเว็บไหนไม่ได้ เราก็สั่งให้มันเมลมาบอกเรา ให้มันปิดเปิดเซอร์วิสใหม่ หรือให้มันรันคำสั่งที่เราอยากให้รันอัตโนมัติเลยก็ได้</p>
<p>บน Ubuntu มีโปรแกรมนี้ใน repository อยู่แล้ว ก็สบาย sudo apt-get install กันไป แต่&#8230; วันนั้น mirror1.ku ไม่อยู่ ไปพักผ่อน ก็ลงไม่ได้ ผมก็ไปแก้ไฟล์ repository sources ใหม่ สั่งอัพเดท แล้วก็ลง เสร็จ!</p>
<p>แล้วเราก็ คอนฟิก คอนฟิก คอนฟิก&#8230; ตอนคอนฟิกก็รู้สึกแปลกๆ อยู่ เวลาที่เค้าให้แก้คอนฟิก แต่ของเราดันไม่มีอะไรให้แก้ มีแต่ความว่างเปล่า&#8230; ไม่เป็นไร เราก็พิมพ์ใหม่ให้หมดเลยแล้วกัน</p>
<p>แล้วก็ สั่ง start! เงียบสนิท แปลกๆ แฮะ แสดงว่าที่คอนฟิกไปไม่ผิด?</p>
<p>&#8220;เฮ้ย แก่ง ยิงเลย!&#8221; ผลปรากฎ เงียบสนิท มันไม่ทำตามที่คอนฟิกซะงั้น</p>
<p>ลองแก้คอนฟิกแล้วก็ยังเฉย รู้สึกงงๆ ก็เลยลองสั่งคำสั่งอื่นกับ monit ดู ผลปรากฎ เงียบหมด&#8230; พอสั่ง man monit ดูผลปรากฎว่า ได้หน้าว่าง! ไม่มีคำอธิบายซะงั้น มีงี้ด้วยเรอะ</p>
<p>ลางไม่ดี เหมือนมันจะเน่าๆ แล้ว ถอนทิ้งเลยแล้วกัน&#8230; purge ทิ้งให้หมด เดี๋ยวค่อยลงใหม่ แต่ผลปรากฎว่าถอนไม่ออกครับ โดน apt-get ด่ากลับมาว่า</p>
<blockquote><p>monit subprocess post-installation script returned error exit status 2</p></blockquote>
<p>&#8230;</p>
<p>อึ้งครับอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกเลยทีนี้ จนสุดท้าย อ.มะนาว ต้องเข้ามาตีด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้น รายละเอียดการสืบว่าใช้คำสั่งอะไรสืบ ไว้จำได้แล้วจะมาเขียนใหม่ แต่ไล่ไปไล่มาสุดท้ายรู้ว่า มันติดตั้งได้ไม่สมบูรณ์ หลายๆ ไฟล์จึงไม่มีเนื้อหาอยู่ รวมถึงไฟล์เรียกเซอร์วิสใน /etc/init.d ก็ว่างเปล่าด้วย พอสั่งรันโปรแกรมแล้วมันก็เลยเงียบ</p>
<p>ไฟล์สคริปต์ถอนการติดตั้งที่ถูกเก็บอยู่ที่ /var/lib/dpkg/info ก็ว่างด้วยเหมือนกัน พอสั่งถอนการติดตั้งปุ๊บก็เลยเจ๊ง เพราะสคริปต์มันไม่สมบูรณ์ เลยแก้ด้วยการไปลอกเนื้อหาไฟล์นั้นจากเครื่องอื่น แล้วค่อยสั่งถอนถึงถอนออก</p>
<p>ทีนี้ก็ลงใหม่ ก่อนลงใหม่ไปดูไฟล์ repository sources ที่แก้ไว้แต่แรก แล้วก็พบกับ&#8230;</p>
<blockquote><p>deb http://mirror.in.th/osarchive/ubuntu/ karmic main universe restricted multiverse<br />
deb http://mirror.in.th/osarchive/ubuntu/ karmic-updates main universe restricted multiverse</p></blockquote>
<p>ลอกมาจากเครื่องตัวเอง แต่ลืมว่าเครื่องเซิร์ฟเวอร์มัน juanty ไม่ใช่ karmic! ต่อไปคงต้องไปวิ่งควายแล้ว&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://champjss.in.th/2009/11/repositories/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟอนต์สำหรับงานเอกสาร</title>
		<link>http://champjss.in.th/2009/09/fonts-for-documents/</link>
		<comments>http://champjss.in.th/2009/09/fonts-for-documents/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Sep 2009 05:50:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>champjss</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://champjss.in.th/?p=68</guid>
		<description><![CDATA[บางคนคงเบื่อๆ ฟอนต์ตระกูล Angsana, Cordia กัน จริงๆ แล้วฟอนต์พวกนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเรามีลิขสิทธิ์วินโดวส์หรือไมโครซอฟต์ออฟฟิศในครอบครอง (อันนี้ไม่แน่ใจเท่าไหร่ ถ้าผิดช่วยท้วงหน่อยครับ) เวลาที่ผู้รับเอกสารบังคับให้คนส่งต้องใช้ฟอนต์พวกนี้ ก็จะทำให้คนที่ไม่ได้ใช้วินโดวส์ต้องละเมิดลิขสิทธิ์ฟอนต์ไปด้วย จริงๆ มีฟอนต์ไทยหลายตัวที่ใช้ในงานเอกสารได้สวยงาม และใช้กับงานทั่วไปได้ฟรีๆ ก็ลองเอาไปใช้ดูนะ ฟอนต์จากชมรมการจัดพิมพ์อิเล็กทรอนิกไทย (TEPC) รายชื่อฟอนต์ Aksaramatee Californian FB ChulaNarak CmPrasanmit DC-Palamongkol Himmaparnt Kaniga Nakaracha PskSmart SR Fahmai ดูตัวอย่างและดาวน์โหลด ฟอนต์แห่งชาติของ NECTEC รายชื่อฟอนต์ Garuda Loma Kinnari Norasi ดูตัวอย่างและดาวน์โหลด ฟอนต์จากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) รายชื่อฟอนต์ TH Charmonman (จามรมาน) TH Krub (ครับ) TH Srisakdi (ศรีศักดิ์) TH Niramit AS (นิรมิตร) &#8230; <a href="http://champjss.in.th/2009/09/fonts-for-documents/" class="more-link">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บางคนคงเบื่อๆ ฟอนต์ตระกูล Angsana, Cordia กัน จริงๆ แล้วฟอนต์พวกนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเรามีลิขสิทธิ์วินโดวส์หรือไมโครซอฟต์ออฟฟิศในครอบครอง (อันนี้ไม่แน่ใจเท่าไหร่ ถ้าผิดช่วยท้วงหน่อยครับ) เวลาที่ผู้รับเอกสารบังคับให้คนส่งต้องใช้ฟอนต์พวกนี้ ก็จะทำให้คนที่ไม่ได้ใช้วินโดวส์ต้องละเมิดลิขสิทธิ์ฟอนต์ไปด้วย</p>
<p><span id="more-68"></span></p>
<p>จริงๆ มีฟอนต์ไทยหลายตัวที่ใช้ในงานเอกสารได้สวยงาม และใช้กับงานทั่วไปได้ฟรีๆ ก็ลองเอาไปใช้ดูนะ</p>
<h3>ฟอนต์จากชมรมการจัดพิมพ์อิเล็กทรอนิกไทย (TEPC)</h3>
<ul>
<li>รายชื่อฟอนต์
<ul>
<li>Aksaramatee</li>
<li>Californian FB</li>
<li>ChulaNarak</li>
<li>CmPrasanmit</li>
<li>DC-Palamongkol</li>
<li>Himmaparnt</li>
<li>Kaniga</li>
<li>Nakaracha</li>
<li>PskSmart</li>
<li>SR Fahmai</li>
</ul>
</li>
<li><a href="http://lanta.giti.nectec.or.th/drupal/?q=node/233">ดูตัวอย่างและดาวน์โหลด</a></li>
</ul>
<h3>ฟอนต์แห่งชาติของ NECTEC</h3>
<ul>
<li>รายชื่อฟอนต์
<ul>
<li>Garuda</li>
<li>Loma</li>
<li>Kinnari</li>
<li>Norasi</li>
</ul>
</li>
<li><a href="http://lanta.giti.nectec.or.th/drupal/?q=node/232">ดูตัวอย่างและดาวน์โหลด</a></li>
</ul>
<h3>ฟอนต์จากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA)</h3>
<ul>
<li>รายชื่อฟอนต์
<ul>
<li>TH Charmonman (จามรมาน)</li>
<li>TH Krub (ครับ)</li>
<li>TH Srisakdi (ศรีศักดิ์)</li>
<li>TH Niramit AS (นิรมิตร)</li>
<li>TH Charm of AU (ชาร์ม ออฟ เอยู)</li>
<li>TH Kodchasan (คชสาร)</li>
<li>TH Sarabun PSK (สารบรรณ)</li>
<li>TH K2D July8 (8 กรกฏา)</li>
<li>TH Mali Grade 6 (ด.ญ. มะลิ ป.6)</li>
<li>TH Chakra Petch (จักรเพชร)</li>
<li>TH Bai Jamjuree CP (ใบจามจุรี)</li>
<li>TH Typomo (ไทโปโม)</li>
<li>TH Fah Kwang (ฟ้ากว้าง)</li>
</ul>
</li>
<li><a href="http://www.f0nt.com/release/13-free-fonts-from-sipa/">ดูตัวอย่างและดาวน์โหลด</a></li>
<li><a href="http://lanta.giti.nectec.or.th/drupal/?q=node/234">ดาวน์โหลดทั้งชุด</a></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://champjss.in.th/2009/09/fonts-for-documents/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ต่อสองจอใน Ubuntu</title>
		<link>http://champjss.in.th/2009/08/multiple-monitors-ubuntu/</link>
		<comments>http://champjss.in.th/2009/08/multiple-monitors-ubuntu/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 Aug 2009 12:29:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>champjss</dc:creator>
				<category><![CDATA[Linux]]></category>
		<category><![CDATA[Ubuntu]]></category>
		<category><![CDATA[desktop]]></category>
		<category><![CDATA[extend]]></category>
		<category><![CDATA[monitor]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://champjss.in.th/?p=53</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้เพื่อนๆ ภาคคอมซื้อจอกันหลายคน เห็นแล้วต้องพยายามลดความอยากเอาไว้ (จริงๆ ไม่ต้องลดก็ไม่มีเงินซื้อหรอก) ทีนี้มีจอแล้วก็ต้องต่อ แล้วอยู่บน Ubuntu จะต่อยังไง หลังจากลองมั่วๆ แล้วก็เขียนบล็อกไว้หน่อย อันนี้ยังถือว่ามือใหม่ ถ้ามีวิธีดีๆ ก็บอกกันบ้างนะครับ เลเวลหนึ่ง: ปรับง่ายๆ ลองปรับผ่านหน้าจอปกติก่อนโดย เข้าไปที่เมนู System &#62; Preferences &#62; Display ลองลากๆ จอต่างๆ ดู ถ้าจะให้สองจอออกเหมือนกัน ให้ทำเครื่องหมายถูกหน้าคำว่า Mirror Screens ถ้าจะให้สองจอต่อกัน เอาเครื่องหมายถูกหน้า Mirror Screens ออก แล้วลากจอให้ต่อกันตามลำดับที่อยากให้มันเรียง ลอง Apply ดู เลเวลสอง: ปรับพื้นที่ Virtual Monitor Virtual Monitor? Virtual Monitor เรียกง่ายๆ เหมือนผ้าใบที่ให้เราเอาจอต่างๆ มาวางเรียงต่อกันได้ เวลาเราต้องการใช้จอหลายๆ จอต่อกัน แบบรูปข้างล่าง ทีนี้ถ้าขนาด Virtual &#8230; <a href="http://champjss.in.th/2009/08/multiple-monitors-ubuntu/" class="more-link">Continue reading</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้เพื่อนๆ ภาคคอมซื้อจอกันหลายคน เห็นแล้วต้องพยายามลดความอยากเอาไว้ (จริงๆ ไม่ต้องลดก็ไม่มีเงินซื้อหรอก) ทีนี้มีจอแล้วก็ต้องต่อ แล้วอยู่บน Ubuntu จะต่อยังไง</p>
<p>หลังจากลองมั่วๆ แล้วก็เขียนบล็อกไว้หน่อย อันนี้ยังถือว่ามือใหม่ ถ้ามีวิธีดีๆ ก็บอกกันบ้างนะครับ</p>
<p><span id="more-53"></span></p>
<h3>เลเวลหนึ่ง: ปรับง่ายๆ</h3>
<p>ลองปรับผ่านหน้าจอปกติก่อนโดย</p>
<ol>
<li>เข้าไปที่เมนู <em>System</em> &gt; <em>Preferences</em> &gt; <em>Display</em></li>
<li>ลองลากๆ จอต่างๆ ดู
<ul>
<li>ถ้าจะให้สองจอออกเหมือนกัน ให้ทำเครื่องหมายถูกหน้าคำว่า <em>Mirror Screens</em></li>
<li>ถ้าจะให้สองจอต่อกัน เอาเครื่องหมายถูกหน้า <em>Mirror Screens</em> ออก แล้วลากจอให้ต่อกันตามลำดับที่อยากให้มันเรียง</li>
</ul>
</li>
</ol>
<p>ลอง Apply ดู</p>
<h3>เลเวลสอง: ปรับพื้นที่ Virtual Monitor</h3>
<h4>Virtual Monitor?</h4>
<p>Virtual Monitor เรียกง่ายๆ เหมือนผ้าใบที่ให้เราเอาจอต่างๆ มาวางเรียงต่อกันได้ เวลาเราต้องการใช้จอหลายๆ จอต่อกัน แบบรูปข้างล่าง</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-58" title="XOrg Monitor Concept" src="http://champjss.in.th/wp-content/uploads/2009/08/xorg-monitor-concept.png" alt="XOrg Monitor Concept" width="300" height="200" /></p>
<p>ทีนี้ถ้าขนาด Virtual Monitor น้อย เราก็จะปรับความละเอียดของจอได้ไม่สุด เพราะว่ามันล้นออกไปจากพื้นที่ Virtual Monitor ที่มีให้ เราก็ต้องไปขยายมันให้ใหญ่ขึ้นก่อน</p>
<h4>1. ดูขนาด Virtual Monitor ปัจจุบัน</h4>
<p>สั่งคำสั่งนี้</p>
<p><code>xrandr -q</code></p>
<p>ตอนนี้ไม่ต้องสนใจบรรทัดอื่น ดูที่บรรทัดแรกสุดที่คำว่า <em>maximum</em> ตรงนั้นคือขนาด Virtual Monitor ตอนนี้ของเรา อย่างเช่น</p>
<p><code>Screen 0: minimum 320 x 200, current 1280 x 800, maximum 2560 x 1824</code></p>
<p>แปลว่าขนาด Virtual Monitor ตอนนี้คือ 2560&#215;1824</p>
<h4>2. คำนวณเนื้อที่ที่ต้องใช้</h4>
<p>เราต้องนั่งคำนวณดูว่ามันพอหรือเปล่า เช่น ถ้าเราจะเอาจอ 1920&#215;1080 ไว้ซ้าย แล้วต่อจอ 1280&#215;800 ไว้ขวามือ ก็แปลว่าเราต้องใช้พื้นที่ Virtual Monitor แนวนอนอย่างน้อย 1920 + 1280 = 3200 และแนวตั้ง 1080 ถึงจะพอ</p>
<p>ถ้าไม่พอ ก็ทำขั้นต่อไป</p>
<h4>3. เปลี่ยนขนาด Virtual Monitor</h4>
<p>เริ่มจากเปิดไฟล์ /etc/X11/xorg.conf ด้วยเทกซ์อีดิเตอร์ที่ชอบ อย่าลืมเปิดด้วยสิทธิ์ root นะ</p>
<p>เสร็จแล้วหาบรรทัดที่หน้าตาแบบนี้</p>
<p><code>SubSection "Display"<br />
Virtual 2560 1824<br />
EndSubSection</code></p>
<p>แก้ตัวเลขสองตัวนั้นตามที่คำนวณไว้เมื่อกี้นี้ ตัวแรกคือขนาดแนวนอน ตัวหลังคือขนาดแนวตั้ง เสร็จแล้วเซฟไฟล์ (ไม่แน่ใจว่าขั้นนี้ต้องล็อกเอาต์ก่อนแล้วล็อกอินเข้ามาใหม่หรือเปล่า)</p>
<h4>4. ลองใหม่</h4>
<p>กลับไปลองปรับตามเลเวลหนึ่งใหม่อีกที ถ้าโชคดีพอจะมีความละเอียดที่สูงขึ้นให้เลือก แต่ถ้าโชคไม่ดี คงต้องลงลึกไปเลเวลต่อไป</p>
<h3>เลเวลสาม: คอมมานด์ไลน์!</h3>
<p>ถ้าสิ้นหวังแล้วซึ่งวิธีทั้งปวง ก็ต้องใช้คอมมานด์ไลน์ทำมือแล้ว</p>
<p>วิธีการ เปิดเทอร์มินัลแล้วทำตามนี้</p>
<h4>1. ดูขนาดที่ตั้งได้</h4>
<p>สั่งคำสั่งนี้</p>
<p><code>xrandr -q</code></p>
<p>แล้วมันจะบอกมาว่า เรามีจอชื่ออะไรบ้าง แต่ละจอต่ออยู่หรือเปล่า แล้วปรับเป็นขนาดเท่าไหร่ ความถี่เท่าไหร่ได้บ้าง</p>
<h4>2. ตั้งค่าแสดงหน้าจอ</h4>
<p>ให้สั่ง</p>
<p><code>xrandr --output ชื่อจอ --mode ขนาดแนวนอนxขนาดแนวตั้ง --pos ตำแหน่งแนวนอนxตำแหน่งแนวตั้ง</code></p>
<ul>
<li>ชื่อจอดูได้จากคำสั่ง xrandr -q เมื่อกี้ ปกติจอโน๊ตบุ๊คจะชื่อ <em>LDVS</em> ส่วนจอนอกจะชื่อ <em>VGA</em> ไม่ก็ <em>VGA-1</em> (แล้วแต่ไดรเวอร์)</li>
<li>ตำแหน่งของจอนับจากบนซ้ายเป็นตำแหน่ง 0,0</li>
<li>จะสั่งหลายๆ จอพร้อมกันเลยก็ได้ อย่างเช่นคำสั่งข้างล่างนี่คือการต่อจอ VGA-1 ขนาด 1920&#215;1080 ไว้ซ้ายสุด ต่อด้วยจอ LDVS ขนาด 1280&#215;800 ไว้ทางขวาของ VGA-1</li>
</ul>
<p><code>xrandr --output VGA-1 --mode 1920x1080 --pos 0x0 --output LDVS --mode 1280x800 --pos 1920x0</code></p>
<h4>3. เลิกใช้จอ</h4>
<p>ถ้าจะปิดจอไหนก็ก็สั่ง</p>
<p><code>xrandr --output ชื่อจอ --off</code></p>
<h3>วัตถุดิบ</h3>
<p><a href="http://www.thinkwiki.org/wiki/Xorg_RandR_1.2">thinkwiki.org</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://champjss.in.th/2009/08/multiple-monitors-ubuntu/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
